วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขนมชั้น


ขนมชั้น
ส่วนผสม
แป้งทำขนมชั้นสำเร็จ 1 กก. 
น้ำตาลทราย 8 ขีด  
มะพร้าวขูด 1.5 กก. 
น้ำ 1.4  กก.
ใบเตย 30 ใบ
วิธีทำ
1.             เริ่มต้นคั้นกะทิให้ได้ 1.4 กก. นำน้ำตาลทรายที่กำหนดไว้เทใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟให้ร้อนจนน้ำตาลละลาย แต่อย่าให้เดือด ยกลงนำไปลอยน้ำเพื่อให้หายร้อน
2.             เทแป้งใส่กะละมัง นำกะทิที่เย็นแล้ว ใส่ลงในแป้งทีละน้อย แล้วนวดแป้งไปเรื่อย ๆ สังเกตว่ายกมือขึ้นแล้วแป้งไหลลงมาไม่ขาดเป็นอันว่าใช้ได้ ให้เทกะทิลงให้หมด นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็จแล้วให้แบ่งแป้งเป็น 2 ส่วน นำใบเตยตำให้แหลกนำไปผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอากากออก กรองเอาน้ำใบเตยผสมกับแป้งที่แบ่งไว้ 1 ส่วน
3.             ตั้งน้ำให้เดือด โดยใช้ไฟแรง นำถาดลงนึ่งให้ร้อน แล้วตักแป้งลงไปนึ่งทีละชั้น ๆ ละ 5 นาที สลับกันจนหมด จะได้ขนมชั้นที่หอม หวาน มัน เหนียวนุ่ม จะได้ 2 ถาดเหลี่ยม

งบประมาณในการทำขนมชั้น
แป้งทำขนมชั้นสำเร็จ  1 กก. 37 บาท มะพร้าวขูด 1.5 กก. 105 บาท น้ำตาล 8 ขีด 20 บาท ใบเตย 5 บาท ,   น้ำ + แก็ส  = 20 บาท
รวม 167 + 20 = 187 บาท ต่อถาด  (ถาดขนาด 12 x 12 นิ้ว)
              ขายส่งถาดละ 300 บาท ตัดขายได้ชิ้นละ 10 บาท

ขนมเม็ดขนุน


เม็ดขนุน

ส่วนผสม

ถั่วเหลือง 1 กก.
น้ำตาลทราย 2.9 ก.ก. 
กะทิ 2 กก. 
ไข่เป็ด 30 ฟอง

วิธีทำ

นำถั่วเหลืองมาล้างให้สะอาด พักไว้ในกระทะ นำมะพร้าวขูดมาคั้นกะทิใส่ลงในกระทะถั่วต้มไปพร้อมกันเลย ให้สุกก่อน แล้วจึงใส่น้ำตาลลงไปพร้อมกวนไปเรื่อย ๆ ใช้ไฟอ่อน จนกว่าลองจับมาปั้นก้อนเม็ดขนุนไม่ติดมือ จึงยกลงจากเตาพักไว้ให้เย็น แล้วจึงนำมาปั้นให้เป็นเม็ดขนุนให้ขนาดพอเหมาะวางเรียงไว้ในถาด ปั้นให้หมด
ใช้ผ้าขาวบางคลุมไว้ก่อนกันแมลง นำน้ำตาลทรายมาใส่หม้อหรือกะละมังก็ได้ เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่เปลือกไข่ที่ล้างน้ำสะอาดแค่ 1 ใบ นำมาขยำให้ละเอียด เติมน้ำให้น้ำตาลละลายแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่กระทะทองยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนข้น
นำไข่เป็ดที่ล้างไว้มาต่อยเอาแต่ไข่แดง นำไปกรองด้วยผ้าขาวบางแบ่งใส่ชามหรือกะละมังใบเล็ก ลองนำเม็ดขนุนมาชุบไข่ หยอดลงในน้ำเชื่อม ดูว่าไข่ติดไหม ถ้าไม่ติดต้องเคี่ยวน้ำเชื่อมต่ออีกหน่อย แล้วลองใหม่ ถ้าใช้ได้ให้ยกกระทะลงแล้วชุบเม็ดขนุนใส่ แล้วค่อยยกขึ้นตั้งไฟ ใช้กระชอนตักพลิกกลับเพื่อให้ไข่สุก แล้วตักลงพักให้เย็น นำใส่ภาชนะออกจำหน่าย

งบประมาณในการทำเม็ดขนุน

ถั่วเหลือง 1 กก. 60 บาท    น้ำตาลทราย 9 ขีด  23.50 บาท   กะทิ 2 กก.  140 บาท 
ไข่เป็ด 30 ฟอง 90 บาท น้ำตาลทราย 2 กก. 52 บาท    น้ำ + แก็ส  = 30 บาท
รวม  395.50  บาท
                จากอัตราส่วนข้างต้นจะได้เม็ดขนุน   5 กก. ขาย กก.ละ 90-100 บาท

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมไทย




วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมไทย   

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำวุ้นกะทิ  ประกอบด้วย  กระทะทองเหลือง ช้อนตวง ถ้วยตวง ถาดพิมพ์วุ้น พายไม้  อ่างผสม
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมชั้น  ประกอบด้วย ถาด  รังถึง  ช้อนตวง ถ้วยตวง ทัพพี อ่างผสม
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมหม้อแกง ประกอบด้วย  ถาดหม้อแกง  ช้อนตวง ถ้วยตวง ทัพพี   อ่างผสม  เตาอบหรือเตาถ่าน 
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมเปียกปูน ประกอบด้วย  กระทะทองเหลือง ช้อนตวง ถ้วยตวง ถาด   พายไม้  อ่างผสม  ที่ขูดมะพร้าว(มือแมว)
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเม็ดขนุน ประกอบด้วย  กระทะทองเหลือง ช้อนตวง ถ้วยตวง  พายไม้  อ่างผสม  ถ้วย  รังถึง 
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำข้าวเหนียวสังขยา ประกอบด้วย  กระทะทองเหลือง ช้อนตวง ถ้วยตวง  พายไม้  อ่างผสม  รังถึง    

ทิศทางการเลือกธุรกิจขนมไทย


4.  ทิศทางการเลือกประกอบอาชีพธุรกิจขนมไทย

                ประการแรก ควรเลือกอาชีพที่ชอบหรือคิดว่าถนัด สำรวจตัวเองว่าสนใจ อาชีพอะไร ชอบหรือถนัดด้านไหน มีความสามารถอะไรบ้าง ที่สำคัญคือต้อง การหรืออยากจะประกอบอาชีพอะไร จึงจะเหมาะสมกับตัวเองและครอบครัว กล่าวคือ พิจารณาลักษณะงานอาชีพ และพิจารณาตัวเอง พร้อมทั้งบุคคลในครอบครัวประกอบกันไปด้วย

       ประการที่สอง จะต้องพัฒนาความสามารถของตัวเอง คือ ต้องศึกษารายละเอียดของอาชีพที่จะเลือกไปประกอบ ถ้าความรู้ความเข้าใจยังมีน้อย มีไม่เพียงพอก็ต้องทำการศึกษา ฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติเพิ่มเติมจากบุคคล หรือหน่วยงานต่างๆ ให้มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในการเริ่มประกอบอาชีพที่ถูกต้อง เพื่อจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้มีประสบการณ์มาก่อน จักได้เพิ่มโอกาสความสำเร็จสมหวังในการไปประกอบอาชีพนั้นๆ

ประการที่สาม พิจารณาองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทำเลที่ตั้งของอาชีพที่จะทำไม่ว่าจะเป็นการผลิต การจำหน่าย หรือการให้บริการก็ตาม สภาพ แวดล้อมผู้ร่วมงาน พื้นฐานในการเริ่มทำธุรกิจ เงินทุน โดยเฉพาะเงินทุนต้องพิจารณาว่ามีเพียงพอหรือไม่ถ้าไม่พอจะหาแหล่งเงินทุนจากที่ใด



แหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพ


 แหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพ


แหล่งเรียนรู้ หมายถึง แหล่งข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ และประสบการณ์ ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียน ใฝ่รู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
สำหรับแหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพกาแฟโบราณ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษารูปแบบและวิธีการขายจากสถานที่จริง ได้เห็นรูปแบบการดำเนินกิจกรรมร้านกาแฟโบราณ ที่มีขายในท้องตลาด
               นอกจากนี้การได้ศึกษาจากผู้ประกอบอาชีพร้านกาแฟโบราณ ที่ประสบความสำเร็จ จะทำให้ผู้เรียนได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ อันจะส่งผลให้เกิดแนวคิด และแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพ

ความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจ




  ความเป็นไปได้ในการประกอบอาชีพธุรกิจขนมไทย

                  2.1  การวิเคราะห์ตนเอง

1. ความสนใจ  สำรวจความถนัด ความสนใจ ตลอดจนประสบการณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด เพื่อเป็นแนวทางการเลือกอาชีพที่เหมาะสม
2. วิสัยทัศน์การเป็นคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมองการณ์ไกล จะได้เปรียบในเชิงธุรกิจมากกว่าคนอื่น
3.  ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ  หากไม่มีความรู้เพียงพอ ต้องศึกษาขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม อาจจะฝึกอบรมจากสถาบันที่ให้ความรู้ด้านอาชีพ หรือทำงานเป็นลูกจ้างคนอื่นๆ หรือทดลองปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อให้มีความรู้ ความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพนั้น    

2.2   การวิเคราะห์ตลาด

1. การตลาด เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดปัจจัยหนึ่ง เพราะหากสินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นไม่เป็นที่นิยมและไม่สามารถสร้างความพอใจให้แก่ผู้บริโภคได้ก็ถือว่ากระบวนการทั้งระบบไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นการวางแผนการตลาด ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันสูง จึงควรได้รับความสนใจในการพัฒนา รวมทั้งต้องรู้และเข้าใจในเทคนิคการผลิต การบรรจุและการหีบห่อ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สินค้าและบริการของเราเป็นที่นิยมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ต่อไป
2. การจัดการ เป็นเรื่องของเทคนิคและวิธีการ จึงต้องรู้จักการวางแผนการทำงานในเรื่องของตัวบุคคลที่จะร่วมคิด ร่วมทำและร่วมทุน ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องใช้และกระบวนการทำงาน
3. การเลือกกลุ่มเป้าหมาย เราอาจแบ่งกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งตามอายุ ความชอบ เพศ ระดับการศึกษา การเลือกซื้อสินค้า ราคา และรสชาติ เป็นต้น
4. การวิเคราะห์ลูกค้า  1) เราต้องรู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2) รู้วัตถุประสงค์ในการบริโภคสินค้า 3) รู้วิธีการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

2.3  การลงทุน/แหล่งเงินทุน  

1. ทรัพยากรในท้องถิ่น การสำรวจทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นว่าสามารถนำมาใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุน ค่าใช้จ่าย และเป็นการสร้างงานให้คนในท้องถิ่น
2. ทุน เป็นสิ่งที่จำเป็นปัจจัยพื้นฐานของการประกอบอาชีพใหม่ โดยจะต้องวางแผนและแนวทางการดำเนินธุรกิจไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะทราบว่าต้องใช้เงินทุนประมาณเท่าไร บางอาชีพใช้เงินทุนน้อยปัญหาย่อมมีน้อย แต่ถ้าเป็นอาชีพที่ต้องใช้เงินทุนมากจะต้องพิจารณาว่ามีทุนเพียงพอหรือไม่ซึ่งอาจ เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าไม่พอจะหาแหล่งเงินทุนจากที่ใด อาจจะได้จากเงินเก็บออม หรือการกู้ยืมจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกไม่ควรลงทุนจนหมดเงินเก็บออมหรือลงทุนมากเกินไป
3. การประกอบอาชีพกาแฟโบราณ   จะใช้ทุนเริ่มต้นประมาณ  3,000 - 4,000 บาท

จุดมุ่งหมายธุรกิจขนมไทย



จุดมุ่งหมายการทำธุรกิจ

                เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะดังนี้
1.             มีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง
2.             ตัดสินใจประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และ         สิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม
3.             มีเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพ
4.             มีความรู้ความเข้าใจและฝึกทักษะการบริหารจัดการในอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.             มีโครงการประกอบอาชีพเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพของตนเอง

หลักการธุรกิจขนมไทย


หลักการธุรกิจขนมไทย

1. เป็นหลักสูตรที่เน้นการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ ที่เน้นการบูรณาการเนื้อหาสาระภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจริง ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพได้จริงอย่างมีคุณภาพและมีคุณธรรมจริยธรรม
2.   เป็นหลักสูตรที่เน้นการดำเนินงานร่วมกับเครือข่าย สถานประกอบการ เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพและการศึกษาดูงาน
3.    เป็นหลักสูตรที่ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนรู้ไปเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551ในรายวิชาเลือกของสาระการประกอบอาชีพ
4.  เป็นหลักสูตรที่เน้นการใช้ศักยภาพ 5 ด้านในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ศักยภาพด้านทรัพยากร ภูมิอากาศ ภูมิประเทศและทำเลที่ตั้ง  ศิลปวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิต  และด้านทรัพยากรมนุษย์






ความเป็นมาของธุรกิจขนมไทย


                  
              การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปี ที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลกรู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลกตลอดจนกำหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ที่มั่นคง  โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่างๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมี คุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งจะเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ ประชาชนและประเทศชาติ.

                สภาพสังคมปัจจุบันมนุษย์เราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่นด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วและไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกมุมโลก  มนุษย์จึงประสบปัญหาต่างๆตามมามากมายโดยเฉพาะด้านการดำรงชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน  นอกจากจะมีการประกอบอาชีพเพื่อเป็นการเลี้ยงตัวเองและครอบครัวแล้ว  ยังมีสิ่งที่ถือว่าเป็นภาระหนักคืออาหารเพื่อบริโภคประจำวันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์เราจะต้องสร้างขึ้นหรือหามาทดแทนโดยวิธีการต่างๆ เพื่อการอยู่รอด
                   ขนมไทย เป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน และเป็นขนมที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การประกอบอาชีพธุรกิจขนมไทย เป็นอาชีพอิสระในการทำมาหากิน และสร้างรายได้ให้กับตนเอง 

ธุรกิจขนมไทย


         ขนมจัดเป็นอาหารที่คู่สำรับกับข้าวไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ  

โดยใช้คำว่าสำรับกับข้าวคาว-หวาน โดยทั่วไปประชาชนจะทำขนม

เฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแต่การทำบุญเลี้ยงพระ งานมงคลและงาน

พิธีการ อาหารหวานที่จัดเป็นสำรับจะต้องประกอบด้วย ของหวาน

อย่างน้อย 5 สิ่ง ซึ่งต้องเลือกให้มีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจน

ลักษณะที่กลมกลืนกัน แต่ละสำรับจะต้องมีผลไม้ 10 ที่ และขนมเป็น

น้ำ 1 ที่เสมอ

ประวัติส่วนตัว


ชื่อ นางสาวอรยา  ศรีจันทร์โฉม
ชื่อเล่น สายป่าน อายุ 15 ปี
เกิดเมื่อ วันจัทร์ ที่8 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2542
ที่อยู่ 951/16 ม.3 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี 84130
กำลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 4/2  โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา
เบอร์โทรศัพท์  0873812724
ID line  orysp3257
Facebook  O’raya  Srijanchom
คติประจำใจ  ดีชั่วอยูที่ตัวทำ  สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว